สิบปีในวงการ
ผ่านมาแล้วทุกเก้าอี้ในทีม
เริ่มจากเขียนโค้ด แล้วขยับไปเทสระบบ วางสถาปัตยกรรม ดูแลคลาวด์ คุมความปลอดภัย ทำ UX คุมทีม และนั่งโต๊ะคุยกับฝั่งธุรกิจ ทุกเก้าอี้สอนคนละเรื่อง และทุกเรื่องมาโผล่พร้อมกันตอนที่ต้องตัดสินใจว่า อะไรควรทำก่อน อะไรยังไม่ต้องทำ และอะไรไม่ควรทำเลย
นั่นคือส่วนที่แพงที่สุดของงาน ไม่ใช่การพิมพ์โค้ด
- Developer
- QA
- Automate / Load test
- DevOps
- Cloud
- Security
- Database
- API
- UX/UI
- Business Analyst
- Project Manager
- Team Lead
ระบบส่วนใหญ่
ไม่ได้พังเพราะโค้ด
มันพังเพราะไม่มีใครวาง
ว่าจะโตยังไง
ตอนเริ่มธุรกิจ ทุกอย่างทำมือได้หมด ไฟล์เดียวก็พอ พอของเริ่มเยอะ ไฟล์ก็งอกทีละไฟล์ คนก็จำกันเองว่าอันไหนคือของจริง จนวันหนึ่งไม่มีใครตอบได้ว่าสต๊อกเหลือเท่าไหร่
ที่เจอซ้ำ ๆ คือ ระบบสำเร็จรูปที่แก้ให้ตรงงานไม่ได้ โปรเจกต์ที่ค้างอยู่ที่ 80% มาหลายเดือน และ ระบบที่คนทำเดิมหายไปแล้วไม่มีใครกล้าแตะ ทั้งสามอย่างไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิค มันคือปัญหาของการไม่ได้วางไว้ตั้งแต่แรกว่าใครจะดูแลมันต่อ
งานที่ดี
คือทีมคุณเดินต่อได้เอง
สร้างให้
แล้วสอนให้ดูแลต่อ
ระบบที่ดีไม่ควรผูกคุณไว้กับคนทำตลอดไป จบงานแล้วทีมของคุณต้องอ่านโครงสร้างออก แก้ของเล็ก ๆ ได้เอง และรู้ว่าเวลาต้องเรียกคนช่วย ควรเรียกตอนไหน
เพราะแบบนั้นงานจึงมาพร้อม เอกสารที่คนในทีมอ่านรู้เรื่อง และ ช่วงสอนใช้งานจริง ไม่ใช่ส่งไฟล์แล้วหายไป
AI เขียนโค้ดได้
แต่ไม่รับผิดชอบ
ตอนระบบล่มตีสาม
คนที่ต้องตื่นมาแก้ ยังต้องเป็นคนอยู่ดี
สร้างด้วยความเข้าใจ
ไม่ใช่แค่ให้ AI สร้างให้
เครื่องมือยุคนี้ทำให้ได้ของที่ดูเหมือนเสร็จภายในวันเดียว ปัญหาคือของแบบนั้นมักผ่านเดโมได้ แต่ไม่ผ่านวันที่ลูกค้าใช้พร้อมกันสามร้อยคน หรือวันที่ต้องแก้ตัวเลขย้อนหลังสามเดือน
เราใช้ AI เหมือนกัน ใช้เยอะด้วย แต่ใช้ตรงที่มันเก่ง แล้วตรวจทุกอย่างที่จะขึ้น production ด้วยตาคนที่เคยเจ็บมาก่อน
เล่าอาการให้ฟังก่อนได้
ยังไม่ต้องตัดสินใจจ้าง ทักมาถามเฉย ๆ ก็ได้ ตอบกลับภายในวันเดียวกัน
ทักแชทเพจ Facebook